The Twilight saga : Breaking Dawn Part 1

The Twilight saga : Breaking Dawn Part 1 เป็นเรื่องราวหลังจากที่ เบลล่า (คริสเต็น สจ๊วต) ตัดสินใจจะใช้ชีวิตที่เหลือกับ เอ็ดเวิร์ด (โรเบิร์ต แพททินสัน) ทั้งสองแต่งงานกันและไปฮันนีมูนเหมือนคู่รักธรรมดาทั่วไป แต่แล้วการฮันนีมูนก็จบลงกะทันหัน เมื่อเบลล่าพบว่าตัวเองตั้งท้อง ลูกของเธอกับเอ็ดเวิร์ด ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และทำให้ครอบครัวคัลเลนต้องช่วยกันดูแลเบลล่า และหาข้อมูลเกี่ยวกับเด็กที่กำลังจะเกิดมา เพื่อจะรับมือให้ได้ พร้อมกับป้องกันไม่ให้ข่าวเล็ดลอดออกไปข้างนอก เพราะอาจเป็นการนำมาซึ่งสงครามระหว่างแวมไพร์ โดยเฉพาะผู้คุมกฎอย่างโวลตูรี่ ที่ถือว่า แวมไพร์เด็กคือตัวอันตรายและต้องถูกกำจัด ครอบครัวคัลเลนจึงต้องปกป้องเบลล่า และยังต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากเพื่อนเก่าอย่าง เจคอบ (เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์) และหมาป่าจากควิตยูลอีกด้วย

พุซ อิน บู๊ทส์

ดรีมเวิร์คส์ปั้นแอนิเมชั่นใหญ่ส่งท้ายปีดันเจ้าเหมียว พุซ อิน บู๊ทส์ จาก เชร็คเป็นพระเอกเต็มตัว ตำนานแมวเก้าชีวิต แอ็คชั่นผจญภัย สุดตื่นเต้นในระบบ 3D

Immortals : เทพเจ้าธนูอมตะ

ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่จะมาพลิกหน้าประวัติครั้งใหม่ของมหาศึกตำนานเทพและมนุษย์ ในอัครสงครามที่แย่งชิงเพื่อครอบครอง “คันศรแห่งเอพิรุส” อำนาจแห่งการปกครองกองทัพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใน 3 โลก IMMORTALS (อิมมอร์ทัลส์) คือหนังแอ็คชั่นมหากาพย์ฝีมือการกำกับโดย ทาร์เซม ซิงก์ ภาพยนตร์เรื่องยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี ที่อลังการทุนสร้างกว่า 3,500 ล้านบาท จากฝีมือการสร้างสรรค์ของผู้สร้าง 300 นำแสดงโดย เฮนรี่ คาวิลล์ จาก The Tudors และเป็นคนที่ถูกเลือกให้เป็น “ซุปเปอร์แมน” คนใหม่ ร่วมด้วย ฟรีด้า ปินโต้ จาก Slumdog Millionaire, มิคกี้ รู้ค จาก Iron Man 2, The Wrestler และ เคลแลน ลัตซ์ ผู้รับบทเป็น เอ็มเมตต์ ในแฟรนไชส์หนัง Twilight

The Lost Bladesman: สามก๊ก เทพเจ้ากวนอู

The Lost Bladesman : สามก๊ก เทพเจ้ากวนอู เล่าถึงเรื่องราวของสามก๊ก ในช่วงที่ โจโฉ (เจียงเหวิน) เจ้าเมืองแห่งวุยก๊กเป็นผู้กุมอำนาจเหนือจักรพรรดิ

Conan the Barbarian : โคแนน นักรบเถื่อน

ในยุคสมัยไฮบอเรีย ยุคที่โลกเต็มไปด้วยมนตรา สัตว์ร้าย นักรบ และ ของวิเศษ โลกได้ถือกำเนิด นักรบเพียงหนึ่งเดียว ที่ยืนหยัดต่อสู้ไม่ยอมแพ้ใคร ด้วยดาบศักดิ์สิทธิ์ของเขา และ ความแค้นในใจที่ถูกฆ่าล้างเผ่าพันธ์ โคแนน (เจสัน โมมัว) หลังจากครอบครัวและคนในเผ่าถูก คฮาลาร์ ซิมส์ (สตีเฟ่น แลง) ฆ่าตายทั้งหมด

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประวัติศาสตร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประวัติศาสตร์ แสดงบทความทั้งหมด

1/8/54

หนังใหม่น่าดูประจำเดือน สิงหาคม (August)

Rise of the Planet of the Apes กำเนิดพิภพวานร กำหนดฉาย 4/8/2554


The Dragon Pearl มหัศจรรย์มังกรเหนือกาลเวลา กำหนดฉาย 11/8/2554


ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 4 ตอน ศึกนันทบุเรง กำหนดฉาย 11/8/2554


5NAL Destination ,ไฟนอล เดสติเนชั่น 5 กำหนดฉาย 18/8/2554


Conan the Barbarian โคแนน นักรบเถื่อน กำหนดฉาย 25/8/2554


Cowboys & Aliens สงครามพันธุ์เดือด คาวบอยปะทะเอเลี่ยน กำหนดฉาย 25/8/2554


คนโขน กำหนดฉาย 25/8/2554

19/7/54

ตัวอย่าง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 4 ศึกนันทบุเรง


เนื้อเรื่องย่อ

ภายหลังการประกาศเอกราชของพระนเรศ ในปี พ.ศ. ๒๑๒๗ แล้ว พระเจ้า หงสาวดีนันทบุเรงได้โปรดให้กรีฑาทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาคืนเป็นเมืองขึ้นถึง ๔ ครั้ง คือ ในคราวศึกพระยาพะสิมและพระเจ้าเชียงใหม่นรธาเมงสอ ในปี พ.ศ. ๒๑๒๗ – ๒๑๒๘ ศึกนันทบุเรงปี พ.ศ. ๒๑๒๙ ศึกมหาอุปราชาในปี พ.ศ. ๒๑๓๓ และศึกยุทธหัตถีในปี พ.ศ. ๒๑๓๕ โดยศึกสำคัญที่ทำอยุธยาต้องเผชิญกับวิกฤติการณ์อันสุ่มเสี่ยงต่อการ สิ้นสูญแผ่นดินคือ ศึกนันทบุเรง ซึ่งน้อยคนที่เคยได้ยินหรือระลึกได้ แต่วีรกรรมของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชซึ่งเป็นที่จดจำ ทั้งการออกปล้นค่ายพม่าจนเป็นที่มาของเรื่อง พระแสงดาบคาบค่าย หรือการสังหารลักไวทำมู ทหารเอกข้างหงสาวดี ล้วนอุบัติในศึกนันทบุเรงทั้งสิ้น

ภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๔ “ศึกนันทบุเรง” ถ่ายทอดเรื่องราวอันเป็นผลจากการปราชัยของหงสาวดีในคราวศึกพระยาพะสิมและพระเจ้าเชียงใหม่ ซึ่งทำให้พระเจ้านันทบุเรงทรงตระหนักในพระปรีชาสามารถของสมเด็จ พระนเรศวร และในความเข้มแข็งของกองทัพอยุธยา จึงทรงยกทัพใหญ่เป็นทัพกษัตริย์มาย่ำยีราชธานีสยามหวังให้ราบเป็นหน้ากลองเพื่อเป็นการแก้มือ และเพื่อรักษาซึ่งพระเกียรติยศ มิให้เป็นที่ดูแคลนแก่เหล่าเจ้าประเทศราชในการปกครองของฝ่ายพม่า

ภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ในทุกตอนที่ผ่านมาจนถึงตอนที่ 4"ศึกนันทบุเรง"นั้นล้วนมุ่งฟื้นอดีตอันเป็นวีรกรรมของวีรกษัตริย์แห่งราชอาณาจักรอยุธยา ซึ่งได้ทรงประกอบพระราชภารกิจอันเป็นคุณูประการต่อแผ่นดินเป็นสำคัญ นั่นคือการประกาศและการรักษาเอกราชของชาติเอาไว้

หลักฐานในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาและพงศาวดารพม่าระบุตรงกันว่า ภายหลังการประกาศเอกราชในปี พ.ศ.2127 แล้วนั้น พระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงได้โปรดให้กรีฑาทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาคืนเป็นเมืองขึ้นถึง 4 ครั้งคราว คือ ในคราวศึกพระยาพะสิมและพระเจ้าเชียงใหม่เมงนรธาสอ ในปี พ.ศ. 2127/28 ศึกนันทบุเรงปี พ.ศ.2129 ศึกมหาอุปราชาในปี พ.ศ.2133 และศึกยุทธหัตถีในปี พ.ศ.2135 ในศึกทั้ง 4 ครั้งตามกล่าว ศึกที่นำพาให้ราชอาณาจักรอยุธยาต้องเผชิญกับวิกฤติการณ์อันสุ่มเสี่ยงต่อการ สิ้นสูญแผ่นดินคือศึกนันทบุเรง กระนั้นก็ดี เมื่อออกนามศึกนันทบุเรงจะมีคนไทยน้อยคนที่เคยได้ยินหรือระลึกได้ แต่หากระบุถึงวีรกรรมของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชไม่ว่าจะเมื่อครั้งออกปล้น ค่ายพม่า จนเป็นที่มาของเรื่องพระแสงดาบคาบค่าย หรือการออกรบบนหลังอาชาจนสังหารลักไวทำมูทหารเอกข้างหงสาวดีได้ ทั้งหมดเป็นวีรกรรมที่ล้วนอุบัติในคราวศึกนันทบุเรงทั้งสิ้น ด้วยเหตุประการฉะนี้ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคลจึงมุ่งพลิกฟื้นวีรกรรมแห่งการปกป้องเอกราชของวีรกษัตริย์ผู้เรืองนาม พระองค์นี้ในคราวศึกนันทบุเรงให้ปรากฏบนแผ่นฟิล์ม เพื่อจารึกเกียรติประวัติครั้งนั้นไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย และเพื่อความสมบูรณ์ของมหากาพย์การสร้างตำนานสมเด็จพระนเรศวร

ภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรตอน "ศึกนันทบุเรง" นั้นดำเนินเรื่องตามข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์โดยนำแสดงที่มาแห่งศึกซึ่งยึดโยงจากผลการปราชัยของหงสาวดีในคราวศึกพระยาพะสิมและพระเจ้าเชียงใหม่ ความพ่ายแพ้ครั้งนั้น ทำให้พระเจ้านันทบุเรงทรงตระหนักในพระปรีชาสามารถของสมเด็จพระนเรศวรและความเข้มแข็งของกองทัพอยุธยา จึงทรงตัดสินพระทัยยกทัพใหญ่เป็นทัพกษัตริย์มาย่ำยีราชธานีสยามให้ราบเป็นหน้ากลองเพื่อเป็นการแก้มือและเพื่อรักษาซึ่งพระเกียรติยศมิให้เป็นที่ดูแคลนแก่เหล่าเจ้าประเทศราชในขอบขัณฑสีมาพุกามประเทศ ภาพยนตร์ได้ตีแผ่ให้เห็นว่าศึกนันทบุเรงครั้งนั้นพม่ายกเข้ามาเป็นทัพกษัตริย์ กองทัพจึงมีความสมบูรณ์ยิ่งใหญ่น่าเกรงขามกว่าทุกศึก หลักฐานข้างพม่าระบุว่ากองทัพพระเจ้านันทบุเรงประกอบด้วยช้าง 3,200 ทัพม้า 12,000 และไพร่ราบซึ่งมีจำนวนถึง 252,000 ในกองทัพนี้ยังมีนายทัพผู้ปรีชาสามารถตามติดมาร่วมรบ ไม่ว่าจะเป็นพระมหาอุปราชา มังจาปะโร หรือแม้แต่ลักไวทำมูทหารกล้า

ภาพยนตร์ยังได้ตีแผ่ให้เห็นว่า กิตติศัพท์ความยิ่งใหญ่ที่น่าเกรงขามของทัพหงสาวดีที่ยกเข้ามาครั้งนั้นส่ง ผลให้เจ้าเมืองประเทศราชในขอบขัณฑสีมาของราชอาณาจักรอยุธยาข้างฝ่ายเหนือ ประหวั่นพรั่นพรึงถึงกับสมคบคิดกันแปรพักตร์ไปเข้าข้างฝ่ายพระเจ้านันทบุเรงรบกับสมเด็จพระนเรศวร เป็นเหตุให้สมเด็จพระนเรศวรต้องเผชิญทั้งศึกนอกและศึกใน สถานการณ์กลับยิ่งบีบคั้นให้คับขันยิ่งขึ้นเมื่อพระศรีสุธรรมราชา พระอนุชาเจ้ากรุงละแวกซึ่งขัดพระทัยสมเด็จพระนเรศวรแต่กาลก่อน ได้ยุยงให้พระเชษฐาตัดสัมพันธไมตรีกับอยุธยาจนเป็นเหตุให้ละแวกกลายมาเป็น หอกข้างแคร่ ที่พร้อมจะกระหน่ำซ้ำเติมกรุงสยามให้ย่อยยับหากมีอันพลาดท่าเสียทีในศึกนันทบุเรง

ภาพยนตร์ได้ลำดับให้เห็นถึงภัยรอบด้านที่บีบรัดให้สมเด็จพระนเรศวรทรงต้อง เผชิญศึกอย่างโดดเดี่ยว แต่เคราะห์กลับทับทวีคูณเมื่อสหายศึก เช่น เลอขิ่น และกำลังเมืองคัง ซึ่งร่วมกรำศึกกันมาแต่เบื้องต้นคิดถอนตัวตีจากเนื่องจากพิษรักระหว่างรบที่ จบลงด้วยความร้าวฉานระหว่างเลอขิ่นกับพระราชมนูขุนศึกคู่พระทัย ความขัดแย้งด้วยเหตุส่วนตัวได้บานปลายกลายเป็นภัยของแผ่นดินในคราวคับขัน เมื่ออยุธยาต้องเผชิญศึก ซึ่งประมาณได้ว่าเป็นมหาสงครามภายใต้โทสจริตของพระเจ้านันทบุเรง

ด้วย ข้อจำกัดที่รุมเร้าหลายประการ ผสานกับจำนวนไพร่พลที่เป็นรองหงสาวดีอยู่หลายขุม ทำให้สมเด็จพระนเรศวรทรงจำต้องปรับยุทธศาสตร์การตั้งรับทัพหงสาวดีเสียใหม่ โดยทรงใช้พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีทำเลที่ตั้งที่ได้เปรียบเป็นฐานบัญชาการรบแต่เพียงแห่งเดียว โดยทรงส่งกำลังออกไปปักปราการ วางแนวป้องกันมิให้พม่าเข้ามาปลูกค่ายใกล้ขอบคูพระนครและกำแพงเมือง ทั้งยังแต่งกำลังเป็นกองโจรเข้าปล้นค่ายข้าศึกอย่างอาจหาญ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ได้ทรงถ่ายทอดยุทธนาการครั้งสำคัญนั้นลงบนแผ่นฟิล์มได้อย่างเต็มตาตื่นใจโดย เฉพาะตอนที่สมเด็จพระนเรศวรทรงคาบพระแสงดาบขึ้นปีนปล้นค่ายพม่า ภาพห่าธนูเพลิงที่สาดซัดและกองทัพนับพันนับหมื่น ปีนพะองขึ้นชิงค่าย ทั้งหมด คือ ความอลังการที่ผู้ชมจะได้สัมผัสในตำนานสมเด็จพระนเรศวรตอนศึกนันทบุเรงนี้

เมื่อศึกเหนือเสือใต้รุมกระหน่ำ ขุนนางผู้ใหญ่ขาดสามัคคีคิดคดคำนึงแต่ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง จอมทัพผู้รั้งราชบัลลังก์และความอยู่รอดของแผ่นดินก็มาพลาดท่าต้องศาสตรา กลางสมรภูมิศึก ยอดทหารเอกกรุงศรีถูกขุนศึกผู้ชาญณรงค์กว่าจับเป็นเชลย ชะตากรรมกรุงศรีอยุธยา และสมเด็จพระนเรศวรจะลงเอยอย่างไร ต้องติดตามในภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๔ “ศึกนันทบุเรง” กำหนดฉายพร้อมกันทั่วประเทศ 11 สิงหาคมนี้

ขอบคุณเนื้อเรื่องย่อจากหนังดีดอทคอม

ตัวอย่างหนัง