The Twilight saga : Breaking Dawn Part 1

The Twilight saga : Breaking Dawn Part 1 เป็นเรื่องราวหลังจากที่ เบลล่า (คริสเต็น สจ๊วต) ตัดสินใจจะใช้ชีวิตที่เหลือกับ เอ็ดเวิร์ด (โรเบิร์ต แพททินสัน) ทั้งสองแต่งงานกันและไปฮันนีมูนเหมือนคู่รักธรรมดาทั่วไป แต่แล้วการฮันนีมูนก็จบลงกะทันหัน เมื่อเบลล่าพบว่าตัวเองตั้งท้อง ลูกของเธอกับเอ็ดเวิร์ด ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และทำให้ครอบครัวคัลเลนต้องช่วยกันดูแลเบลล่า และหาข้อมูลเกี่ยวกับเด็กที่กำลังจะเกิดมา เพื่อจะรับมือให้ได้ พร้อมกับป้องกันไม่ให้ข่าวเล็ดลอดออกไปข้างนอก เพราะอาจเป็นการนำมาซึ่งสงครามระหว่างแวมไพร์ โดยเฉพาะผู้คุมกฎอย่างโวลตูรี่ ที่ถือว่า แวมไพร์เด็กคือตัวอันตรายและต้องถูกกำจัด ครอบครัวคัลเลนจึงต้องปกป้องเบลล่า และยังต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากเพื่อนเก่าอย่าง เจคอบ (เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์) และหมาป่าจากควิตยูลอีกด้วย

พุซ อิน บู๊ทส์

ดรีมเวิร์คส์ปั้นแอนิเมชั่นใหญ่ส่งท้ายปีดันเจ้าเหมียว พุซ อิน บู๊ทส์ จาก เชร็คเป็นพระเอกเต็มตัว ตำนานแมวเก้าชีวิต แอ็คชั่นผจญภัย สุดตื่นเต้นในระบบ 3D

Immortals : เทพเจ้าธนูอมตะ

ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่จะมาพลิกหน้าประวัติครั้งใหม่ของมหาศึกตำนานเทพและมนุษย์ ในอัครสงครามที่แย่งชิงเพื่อครอบครอง “คันศรแห่งเอพิรุส” อำนาจแห่งการปกครองกองทัพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใน 3 โลก IMMORTALS (อิมมอร์ทัลส์) คือหนังแอ็คชั่นมหากาพย์ฝีมือการกำกับโดย ทาร์เซม ซิงก์ ภาพยนตร์เรื่องยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี ที่อลังการทุนสร้างกว่า 3,500 ล้านบาท จากฝีมือการสร้างสรรค์ของผู้สร้าง 300 นำแสดงโดย เฮนรี่ คาวิลล์ จาก The Tudors และเป็นคนที่ถูกเลือกให้เป็น “ซุปเปอร์แมน” คนใหม่ ร่วมด้วย ฟรีด้า ปินโต้ จาก Slumdog Millionaire, มิคกี้ รู้ค จาก Iron Man 2, The Wrestler และ เคลแลน ลัตซ์ ผู้รับบทเป็น เอ็มเมตต์ ในแฟรนไชส์หนัง Twilight

The Lost Bladesman: สามก๊ก เทพเจ้ากวนอู

The Lost Bladesman : สามก๊ก เทพเจ้ากวนอู เล่าถึงเรื่องราวของสามก๊ก ในช่วงที่ โจโฉ (เจียงเหวิน) เจ้าเมืองแห่งวุยก๊กเป็นผู้กุมอำนาจเหนือจักรพรรดิ

Conan the Barbarian : โคแนน นักรบเถื่อน

ในยุคสมัยไฮบอเรีย ยุคที่โลกเต็มไปด้วยมนตรา สัตว์ร้าย นักรบ และ ของวิเศษ โลกได้ถือกำเนิด นักรบเพียงหนึ่งเดียว ที่ยืนหยัดต่อสู้ไม่ยอมแพ้ใคร ด้วยดาบศักดิ์สิทธิ์ของเขา และ ความแค้นในใจที่ถูกฆ่าล้างเผ่าพันธ์ โคแนน (เจสัน โมมัว) หลังจากครอบครัวและคนในเผ่าถูก คฮาลาร์ ซิมส์ (สตีเฟ่น แลง) ฆ่าตายทั้งหมด

4/12/54

30 กำลังแจ๋ว


เนื้อเรื่องย่อ

"จ๋า" สาวเอเจนซี่ โมษณาวัยย่าง 30 กำลังแจ๋วไปซะทุกเรื่อง ทั้งรูปร่างหน้าตาที่แสนจะแจ่มเจิดจรัสเต็มดีกรี หน้าที่การงานกำลังไปได้สวย. เธอมีไลฟ์สไตล์สุดเริ่ดกับการรับจัดปาร์ตี้เฮาส์แฮงเอ้าท์เฮฮากับเพื่อนๆ และมีชีวิตรักสุดเปอร์เฟ็กต์กับ"นภ" กัปตันหนุ่มรูปงามที่บ่มความรักกันมาตั้ง7 ปี ถึงมันจะย่างเลข 3 ในอีกไม่กี่วันนี้แล้ว แต่เธอช่างมีความสุขเหลือเกิน ช่วงเวลานี้ช่างเป็นเวลา "30กำลังแจ๋ว" ของเธอจริงๆ

เค้กก้อนโตบนโต๊ะ ปักเทียนเลข 3 และ 0 "จ๋า" ฉลองวันเกิดกับ"กัปตันนภ" อย่างมีความสุข ทุกฝันในชีวิตของเธอที่มีเขาอยู่เคียงข้างค่อยๆถูกถ่ายทอดออกมาให้ผู้ชายที่เธอรักฟังจนหมด ไม่ว่าจะเป็นบ้านของเรา งานแต่งงานของเรา จนกระทั่งถึงเรื่องลูกของเรา โดยที่เธอไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่า..ทันทีที่เธอพรั่งพรูความฝันออกมากองพร้อมแพลนชีวิตทั้งหมด มันทำให้ "กัปตันนภ" เกิดความกลัวว่าเขาจะสูญเสียพื้นที่ความอิสระส่วนตัวของเขาไป เขาจึงขอถอยห่างความสัมพันธ์กับจ๋าในวันที่จ๋าถูกจัดว่าเป็นสาวเต็มวัย 30 พอดิบพอดี

"จ๋า"ตะโกนก้องดังๆในใจว่า "มาขอห่างๆอะไรกันตอนฉันอายุสามสิบ ฉันจะเริ่มกับใครใหม่ได้ !!!!!!! " แต่เธอหารู้ไม่ว่าจุดสิ้นสุดของบางสิ่ง จะเป็นจุดเริ่มต้นของอีกหลายสิ่งเช่นกัน และจุดสิ้นสุดของความสัมพันธ์ในวันที่อายุ 30 มันกำลังจะกลายเป็นวันแห่งการเริ่มต้นที่จะทำให้ 30 ของเธอกลายเป็น 30 กำลังแจ๋ว.. ยกกำลังความแจ๋ว ดับเบิ้ลแจ๋ว ชนิดที่ตัวเธอเองก็ไม่คาดคิดว่ามันจะแจ๋วได้ขนาดนี้

เทียนบนเค้กเปลี่ยนเลขไป "จ๋า" ฉลองวันเกิดอีกปีกับบรรดาเพื่อนซี้สุดเปรี้ยว อันมี ป้าอ้วน, เจ๊ใหญ่, ซี,ยุ้ย และ "เซ็น" หนุ่มเซอร์รุ่นน้องผู้ช่วยของเธออย่างสนุกสนานโดยไม่รู้ตัวสักนิดว่ารอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเธอไปติดตราตรึงใจหนุ่มน้อยอีกคนหนึ่งนามว่า"ปอ" หรือ "รศิต"หนุ่มน้อยหน้าตาแจ่มแจ๋ว เจ้าของรอยยิ้ิมสดใส แววตาเต็มไปด้วยความร่าเริงเปิดเผย ที่สำคัญเขาอายุน้อยกว่าเธอ 7 ปี และ มีความเชื่อว่า “จากสถิติล่าสุดเท่าที่มีการสำรวจอายุขัยของคนเราพบว่าผู้ชายเสียชีวิตก่อนผู้หญิงประมาณ 7 ปี พี่เกิดก่อนผม 7 ปี ถ้าผมกับพี่แต่งงานกัน แล้วเป็นไปตามนั้นผมก็จะตายพร้อมๆกับพี่พอดีแหล่ะ ไม่ดีเหรอจะได้ไม่ต้องทิ้งให้อีกคนร้องไห้ไว้ข้างหลัง”

"30 ช่างยกกำลังแจ๋วสุดๆ"...ในความรู้สึกของ"จ๋า" หัวใจเธอกำลังยิ้ม และ มีชีวิตชีวาไปกับสารพัดความพยายามของ เจ้าเด็กปรสิต (ปอ + รศิต)เขากระตือรือร้น ที่จะทำให้เธอมั่นใจ และ เชื่อใจตามคำพูดของเขาว่า "พี่เป็นคนพิเศษสำหรับผมนะ จนผมลืมไปแล้วว่าพี่อายุเท่าไหร่"

ส่วนอีกหนึ่งหนุ่มน้อย"เซ็น" ผู้ช่วยสุดเซอร์หน้าตาอินเทรนด์...."จ๋า" ยอมรับว่าส่วนหนึ่งในรอยยิ้มของเธอมาจากความชิลด์ๆของเขา...เขาชิลด์กับทุกเรื่อง ไม่เว้นแม้แต่เรื่องที่เธออายุมากกว่า 7 ปี เขาก็ยังทำให้เธอรู้สึกชิลด์ตามไปด้วยได้ และที่ยิ่งแจ๋ว..เกินใจเธอจะคาดคิด"กัปตันนภ" ผู้ชายมาดอบอุ่น สุขุม ภูมิฐาน เขาขอกลับมาขอคืนดีในวันที่ทิ้งเธอไปครบหนึ่งปี..

ขอบคุณเนื้อเรื่องย่อจากหนังดีดอทคอม

ตัวอย่างภาพยนต์



บทวิจารณ์

เริ่มต้น...หนังพยายามทำในแบบสไตร์หนังต่างประเทศคือ เปิดตัวด้วยฉากสำคัญในเรื่องซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนของเรื่องให้คนดูสงสัยว่ามันคืออะไร แล้วก็ติดตามดูต่อไป จากนั้นก็เริ่มต้นด้วยฉากอะไรก็ตามที่เป็นการบอกใบ้กะคนดูว่า นางเอก อะอายุตามชื่อเรื่องแล้ว โดยในเรื่องก็จะมีบรรดาสารพัดตัวประกอบยิงมุขกัน ฝืดบ้าง ขำบ้าง ตลอด หนังพยายามทำให้ดูมีกลิ่นอายของหนังต่างประเทศมากเกินไปไม่ว่าจะเป็น การละเล่นต่างๆ ในเรื่อง ซึ่งดูก็รู้แล้วว่า บ้านเรามันไม่มีใครเล่นกันหรอก เพราะสังคมบ้านเรามันเป็นสังคมแบบ ปากหอยปากปู จะมาทำแบบเอาความลับน่าอายมาพูดกันนั้นมันเป็นไปไม่ได้ (คิดดูว่าถ้าคุณจะบอกว่า "ฉันเคย...เซ็กหมู่กะผู้ชาย 1 ต่อ 10" แบบเนี้ยคุณคิดว่ามันจะเงียบแค่คืนนั้นเหรอเหอๆ) หนังดำเนินเรื่องไปด้วยการให้พระเอกตามจีบนางเอกในแบบกุ๊กกิ๊กน่ารักมากกว่าจะเป็นการจีบแบบทั่วไป แบบเดินไปขอเบอร์ นัดกินข้าวอะไรประมาณนั้น ส่วนนางเอกของเรื่องก็ประมาณว่าเป็นผู้หญิงเก่ง ทำได้ทุกอย่างท่าทำให้งานผ่าน หรือขายได้ (เหอๆ ไปดูในโรงเองนะครับไม่อยากบอก) ในส่วนของนักแสดงสำหรับพระเอกนั้นถือว่าใหม่มากแต่ก็แสดงได้ไม่แข็งเท่าไหร่ ส่วนนางเอกนั้นคงไม่มีอะไรพูดถึงเพราะได้นางเอกแถวหน้าตัวแม่อย่าง อั้ม พัชราภา มาแสดงก็ยืนยันได้ส่วนหนึ่งว่า สนุก (รึเปล่า...!)

สรุป คือหนังมัน เดา ได้ครับแบบคือดูไปสักก่อนจะครึ่งเรื่องก็พอจะเดาได้แล้วครับ หนังเป็นประเภทที่เห็นกันบ่อยมากตามแบบหนังพระเอกนางเอกมีอะไรบางอย่างต่างกันคือ ความสับสนของจิตใจและความคิด คือมันเห็นบ่อยมากจนแบบดูแล้วรู้ทันทีว่าจะเป็นยังไงต่อไป สีสันในหนังที่ดูจะดีที่สุด ก็คงเป็นบรรดากลุ่มเพื่อนๆ ของนางเอกและก็มุขต่างๆ ที่พระเอกใช้จีบนางเอกในเรื่อง ส่วนมุขอื่นๆ ในเรื่องก็พอจะทำให้ยิ้มมุมปากได้นิดหน่อย

คะแนน 7/10

29/11/54

The Twilight Saga: Breaking Dawn - Part 1


เนื้อเรื่องย่อ

The Twilight saga : Breaking Dawn Part 1 เป็นเรื่องราวหลังจากที่ เบลล่า (คริสเต็น สจ๊วต) ตัดสินใจจะใช้ชีวิตที่เหลือกับ เอ็ดเวิร์ด (โรเบิร์ต แพททินสัน) ทั้งสองแต่งงานกันและไปฮันนีมูนเหมือนคู่รักธรรมดาทั่วไป แต่แล้วการฮันนีมูนก็จบลงกะทันหัน เมื่อเบลล่าพบว่าตัวเองตั้งท้อง ลูกของเธอกับเอ็ดเวิร์ด ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และทำให้ครอบครัวคัลเลนต้องช่วยกันดูแลเบลล่า และหาข้อมูลเกี่ยวกับเด็กที่กำลังจะเกิดมา เพื่อจะรับมือให้ได้ พร้อมกับป้องกันไม่ให้ข่าวเล็ดลอดออกไปข้างนอก เพราะอาจเป็นการนำมาซึ่งสงครามระหว่างแวมไพร์ โดยเฉพาะผู้คุมกฎอย่างโวลตูรี่ ที่ถือว่า แวมไพร์เด็กคือตัวอันตรายและต้องถูกกำจัด ครอบครัวคัลเลนจึงต้องปกป้องเบลล่า และยังต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากเพื่อนเก่าอย่าง เจคอบ (เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์) และหมาป่าจากควิตยูลอีกด้วย

ขอบคุณเนื้อเรื่องย่อจากหนังดีดอทคอม

ตัวอย่างหนัง



บทวิจารณ์

หนังเริ่มต้นด้วยความเจ็บปวดและความสุข มันเป็ความเจ็บปวดของคนที่รักเขาแต่เขาไม่รักตอบ และก็เป็นความสุขของคู่รักที่กำลังจะแต่งงานกัน ต่อมาหนังก็ดำเนินเรื่องไปด้วยความกังวล และความขัดแย้งตลอดเวลา ไม่ว่าจะจากตัวนางเอกเองหรือจากตัวประกอบอื่นๆ ในส่วนของพระเอกนางเอกก็เป็นคนเดิมจากภาคก่อน แต่สำหรับนางเอกแล้วในภาคนี้ถือว่ารับบทหนักพอสมควรเพราะโทรมตั้งแต่ต้นเรื่องยันท้ายเรื่อง หนังยังคงความเป็นเอกลักษณ์ในรูปแบบเดิมๆ ก็คือการดำเนินเรื่องแบบน่าอึดอัด แต่ดูเหมือนภาคนี้จะมากกว่าภาคก่อนๆ เพราะอาจจะเป็นตอนแรกของภาคสุดท้าย ที่เรียกว่าเป็นก่อนบทสรุปหนังจึงต้องทำให้ดูเครียดเพื่อบีบคั้นอารมณ์คนดูให้ติดตามต่อไปในตอนที่สอง มีฉากสบายๆ อยู่ไม่มากส่วนมากจะเป็นตอนเริ่มต้นของเรื่อง หนังอาจจะจัดอยู่ในเรท 18+ ได้เพราะมีบางฉากที่ถือว่าล่อแหลมพอสมควร

สรุป หนังเหมาะสำหรับสาวก Twilight มากๆ แต่อาจจะไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่เคยดูมาก่อนแล้วอยากที่จะลองเข้าไปดู อยากจะแนะนำว่า หากไม่คิดอะไรมากก็เข้าดูได้ครับ แต่ถ้าจะให้ดีจริงๆ น่าจะรอดู DVD หรือ VCDของภาคนนี้ออกมาก่อนแล้วไปดูภาคจบจริงๆ เลยจะสนุกกว่า

คะแนน 7/10

Puss in Boots : พุซ อิน บู๊ทส์

เนื้อเรื่องย่อ

ดรีมเวิร์คส์ปั้นแอนิเมชั่นใหญ่ส่งท้ายปีดันเจ้าเหมียว พุซ อิน บู๊ทส์ จาก เชร็คเป็นพระเอกเต็มตัว
ตำนานแมวเก้าชีวิต แอ็คชั่นผจญภัย สุดตื่นเต้นในระบบ 3D

โปรเจคท์แอนนิเมชั่นส่งท้ายปีจากดรีมเวิร์คส์ปีนี้ ต้องยกให้เจ้าแมวจ้าวเสน่ห์ ฮีโร่เหมียวขนปุย พุซ อิน บู๊ทส์ ในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ การผจญภัยจะมีเก้าชีวิตเมื่อดรีมเวิร์คส์ อนิเมชัน สตูดิโอผู้อยู่เบื้องหลัง How to Train Your Dragon, Shrek และ Kung Fu Panda ภูมิใจนำเสนอเรื่องราวสุดอลังของ พุส อิน บูทส์ แมวเหมียวในรองเท้าบู๊ท ที่ฮาที่สุดและมีขนสลวยสวยเก๋ที่สุดในโลกภาพยนตร์ นานมาแล้วก่อนที่เขาจะได้พบกับชเร็ค พุส อิน บู๊ทส์ (แอนโทนิโอ แบนเดอรัส) นักสู้ นักรักและคนนอกกฎหมายชื่อกระฉ่อน กลายเป็นวีรบุรุษเมื่อเขาได้ออกผจญภัยกับคิตตี้ ซอฟท์พอว์ (ซัลมา ฮาเย็ค) แมวสาวผู้แข็งแกร่งและปราดเปรียว และฮัมป์ตี้ ดัมป์ตี้ (แซ็ค กาลิฟิอานาคิส) หัวสมองของกลุ่ม เพื่อรักษาเมืองตัวเองเอาไว้ให้ได้ สิ่งที่ทำให้เรื่องราวอลหม่านมากยิ่งขึ้นไปอีกคือบรรดาพวกนอกกฎหมาย แจ็ค และจิล (บิลลี บ็อบ ธอร์ตัน และเอมี เซดาริส) ผู้ทำทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางไม่ให้พุสและเพื่อนร่วมทางของเขาทำได้สำเร็จ

นี่เป็นเรื่องราวจริงของแมว เรื่องเล่า ตำนาน…และแน่นอน รองเท้าบู๊ทคู่นั้น

ขอบคุณเรื่องย่อจากหนังดีดอทคอม

ตัวอย่างภาพยนต์



บทวิจารณ์

หนังเริ่มต้นได้ดีครับ มีมุขยิงมาให้คนดูยิ้มมุมปากเล็กๆ ตั้งแต่เริ่ม และก็สอดแทรกมุขตลกเล็กๆ ตลอดเวลาทำให้เป็นหนังที่ดูได้สนุกตั้งแต่เริ่ม หนังเพิ่มความสนุกขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการเพิ่มความซุ่มซามของพระเอกแต่ก็เท่และน่ารัก พร้อมด้วยท่วงทำนองของดนตรีอันเร้าใจ แต่ก็อย่างว่าหนังทุกเรื่องมันจะไม่มีปัญหาให้พระเอกแก้ก็คงเป็นไปไม่ได้ สำหรับในหนังเรื่องนี้เป็นการ์ตูนที่สร้างขึ้นโดนมีพื้นหลังเป็นนิทานหลายๆ เรื่องยำรวมกัน จึงไม่ยากที่จะหยิบเอาปมของเรื่องนั้นเรื่องนี้มาผูกเข้าด้วยกันแล้วปรับตัวละครสักหน่อยเพื่อให้เข้ากับเนื้อเรื่อง สำหรับหนังเรื่องนี้คงต้องความสามารถให้กับการพากย์มากกว่าการแสดง เพราะเรื่องนี้พูดได้เลยว่าการพากย์เป็นหัวใจสำคัญเลยทีเดียว ในส่วนของเนื้อเรื่องก็ผูกปมได้ดี โดยพูดถึงความฝันและความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างเพื่อน แต่ก็อย่างว่า คบคนดีก็มักมีแต่ได้ คบคนชั่วร้ายสุดท้ายก็ทำให้เราเสีย หนังเพิ่มความสนุกด้วยการเพิ่มฉากแอ๊คชั่นเล็กๆ เข้าไปเพื่อช่วยกระตุ้นอารมณ์คนดูบ้างเป็นระยะๆ

สรุป เป็นหนังหน้าดูอีกเรื่องสำหรับครอบครัว แต่ควรจะมีพ่อแม่หรือผู้ใหญ่เข้าไปดูด้วยสำหรับเด็กที่อายุน้อยกว่า 15 ปี เพราะมีบางฉากในเรื่องที่ต้องอธิบายความถูกผิดให้เด็กเข้าใจ สิ่งที่หนังอยากจะบอกให้เรารู้ก็คือ สิ่งมีค่าที่สุดที่เราคิดจะตามหานั้นไม่ได้อยู่ที่ไหนไกลเลย มันอยู่ในตัวเราเองนั้นแหละ

คะแนน 8/10

28/11/54

Immortals : เทพเจ้าธนูอมตะ

เนื้อเรื่องย่อ

ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่จะมาพลิกหน้าประวัติครั้งใหม่ของมหาศึกตำนานเทพและมนุษย์ ในอัครสงครามที่แย่งชิงเพื่อครอบครอง “คันศรแห่งเอพิรุส” อำนาจแห่งการปกครองกองทัพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใน 3 โลก IMMORTALS (อิมมอร์ทัลส์) คือหนังแอ็คชั่นมหากาพย์ฝีมือการกำกับโดย ทาร์เซม ซิงก์ ภาพยนตร์เรื่องยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี ที่อลังการทุนสร้างกว่า 3,500 ล้านบาท จากฝีมือการสร้างสรรค์ของผู้สร้าง 300 นำแสดงโดย เฮนรี่ คาวิลล์ จาก The Tudors และเป็นคนที่ถูกเลือกให้เป็น “ซุปเปอร์แมน” คนใหม่ ร่วมด้วย ฟรีด้า ปินโต้ จาก Slumdog Millionaire, มิคกี้ รู้ค จาก Iron Man 2, The Wrestler และ เคลแลน ลัตซ์ ผู้รับบทเป็น เอ็มเมตต์ ในแฟรนไชส์หนัง Twilight

ขอบคุณเรื่องย่อจากหนังดีดอทคอม

ตัวอย่างภาพยนต์



บทวิจารณ์

หนังเริ่มต้นเหมือนกับหนังพวกนิยายเทพ ทั่วๆ ไปก็คือต้องมีการเล่าถึงสาเหตุหรือต้นกำเนิดของการต่อสู้หรือเหตุการณ์ที่เป็นสาเหตุของเรื่อง สีสันภายในเรื่องเน้นไปทางโทนสีส้ม ในช่วงแรกของหนังจะเป็นการพูดคุยกันมากกว่าไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ แต่ก็มีฉากต่อสู้เล็กๆ ประมาณว่าให้ผู้ชมทราบและเข้าใจว่า พระเอกเราเก่งจริงๆ นะไม่ได้โม้ หลายๆ คนอาจจะงงว่าแล้วพระเอกมันถูกเลือกตอนไหน ไม่ต้องสงสัยครับเพราะไอ้คนเลือกน่ะมันปลอมตัวอยู่ใกล้ๆ พระเอกเรานั้นแหละตั้งแต่เริ่มเรื่องเลย เหอๆ ส่วนตัวโกงก็ทำออกมาแบบว่าให้ชั่วร้ายสุดๆ ไม่ต้องคิดมากเลย สำหรับในส่วนของเทพ ก็เหมือนจะต้องโชว์ ความกำยำ ความแข็งแกร่ง ของตนเองซะเหลือเกิน พี่ท่านเล่นเปลือยอก กันซะเกือบทั้งเรื่อง หนังดำเนินเรื่องไปในช่วงแรกอย่างยืดยาดดูไปแล้วน่าเบื่อไม่สนุกอย่างที่คิด เรียกได้ว่ากว่าที่หนังจะเริ่มคุ้มกะค่าเงินที่เข้าไปดูก็ปาเข้าไปเกือบจะกลางเรื่องแล้ว ส่วนไอ้ธนูต้นเหตุของเรื่องที่ตามหากันให้วุ่นไปหมดบทจะเจอก็เจอแบบง่ายโคตรๆ แต่เจอแล้วก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดจู่ๆ ก็เจอกับศัตรูซะงั้น (มันมารอตั้งแต่เมื่อไหร่วะ)แถมบทจะโดนแย่งอาวุธเทพไปก็โดนไปแบบง่ายๆ เลย (ดูแทบไม่ทัน)อีกอย่างก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอาวุธมันเทพมากขนาดไหนถึงต้องมาแย้งกันขนาดนี้เพราะฉากแสดงพลังของธนูก็มีไม่กี่ฉาก

สรุป ดูได้แต่ไม่สนุกอย่างที่คิดเท่าไหร่ หนังเน้นไปที่ฉากพูดคุยมากกว่าฉากต่อสู้ กว่าจะถึงฉากลุยกันจริงๆ (เน้นว่าลุยกันจริงๆ นะครับก็ปาไปซะเกือบจบเรื่อง)หนังเหมาะสำหรับคนชอบหนังสงครามย้อนยุค มากกว่าคนที่ชอบหนังแอคชั่นจริงๆ

คะแนน 7/10

9/11/54

In Time : ล่าเวลาสุดนรก

เนื้อเรื่องย่อ

ในยุคที่คนรวย มีอำนาจเงินสามารถซื้อเวลาเพื่อต่ออายุขัยของตนเองจนเป็นอมตะได้และคนจนก็สามารถเสนอขายเวลาชีวิตของตนเองเพื่อแลกกับเงินได้

เมื่อในอนาคตอีกไม่นานข้างหน้า ยีนส์อายุขัยของมนุษย์จะถูกจำกัดเวลา เพื่อป้องกันปัญหาประชากรล้นโลก เวลาชีวิตของทุกคนจะถูกจำกัดอยู่ที่ 25 ปี แต่ถ้าหากพวกเขาต้องการที่จะมีชีวิตที่ยืนยาวกว่านั้นพวกเขาต้องทำงาน เพื่อหาเงินมาซื้ออายุขัยของตนเองให้เพิ่มขึ้น "เวลา" กลายเป็นสิ่งที่สามาถซื้อขาย แลกเปลี่ยนกันได้ เช่นเดียวกับที่มนุษย์ยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อความหรูหราและสุขสบาย

วิล ซาลาส (Justin Timberlake) ได้พบกับเศรษฐีคนหนึ่ง ซึ่งมีเวลาในชีวิตเหลือมากมาย และเขาถูกยกเวลาในชีวิตให้โดยไม่รู้ตัว และเมื่อเศรษฐีคนดังกล่าวตาย ทำให้เขาถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นคนฆาตกรรมเศรษฐีเพื่อแย่งชิงเวลาชีวิตมา และนั่นเป็นสาเหตุให้เริ่มมีการตามล่าจากเหล่าผู้ควบคุมเวลา 'Time Keepers' การไล่ล่าและการหลบหนีระหว่างพวกเขาจึงเกิดขึ้น

ขอบคุณเรื่องย่อจากหนังดีดอทคอม

ตัวอย่างภาพยนต์



บทวิจารณ์

ในช่วงแรกๆ ของหนัง หนังพยายามสื่อออกมาให้เห็นถึงการดิ้นรนของพระเอก และการถูกเอาเปรียบของชนชั้น จนเมื่อพระเอกได้เจอกับชายผู้มีเวลาอยู่กับตัวมากมายมหาศาล นั้นก็เปรียบเหมือนกับว่า มันคือโอกาสของเขานั้นเอง แต่เผอิญว่าหนังพยายามจะบอกว่ามันเป็นโชคร้ายมากกว่าโชคดี เพราะเมื่อพระเอกได้มันมา(แบบไม่ตั้งใจ)มันก็สร้างความลำบากให้พระเอกซะเหลือเกิน แต่หนังประเภทนี้ส่วนมากจะบอกว่าที่พระเอกลำบากก็เพราะเป็นคนดีเกินไปนั้นเอง และเมื่อเป็นคนดีก็มักจะได้รับการเอาเปรียบจากสังคมชั้นสูงอยู่เสมอ จนเมื่อพระเอกต้องสูญเสียมันจึงเป็นจุดเปลี่ยนของเรื่องนั้นเอง ในหนังยังแสดงให้เห็นถึงความเห็นแก่ตัวของคนที่เรียกว่าคนอื่นจะเป็นยังไงช่างมันขอให้ตัวเองรอดเท่านั้นพอ อีกทั้งในเรื่องยังพยายามแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของเวลาที่เรียกได้ว่าเป็นเงินในเรื่องเลยจะดีกว่าแบบว่าใครมีเวลามากก็เป็นเศรษฐีประมาณนั้นเลยที่เดียว

สำหรับนักแสดงชายถือว่าคัดเลือกมาใช้ได้ดีแต่อาจจะเป็นเพราะพระเอกของเรื่องซึ่งก็คือ จัสติน ทิมเบอเลก นั้นเป็นนักร้องจึงดูยังมีกลิ่นอายของการเป็นนักร้องมากกว่านักแสดงเพราะดูไปดูมาเหมือนกำลังนั่งดู MV เพลงสักเพลงมากกว่าดูหนัง และสำหรับนักแสดงหญิงนั้นก็ถือว่าเลือกมาได้ดีเหมือนกัน

ในส่วนของเนื้อเรื่องเหมือนจะสอดแทรกการแบ่งชั้นวรรณในสังคมอยู่ตลอดเวลา ประมาณว่าเมื่อพระเอกได้รับเวลาจำนวนมหาศาลนั้นมาก็อยากลองที่จะใช้ชีวิตเป็นพวกสังคมชั้นสูงดูบ้าง แต่ก็อย่างว่าถ้าพระเอกหลงระเริงไปกับเวลาที่เปรียบเหมือนเงินมหาศาลที่ได้มาแล้วล่ะก็หนังก็คงจบ แต่หนังประเภทพระเอกโชคดีบนโชคร้ายแบบนี้มีมาหลายเรื่องแล้วและตัวแปรสำคัญที่ทำให้พระเอกเปลี่ยนไม่ว่าจะเป็นในทางที่ดีหรือร้ายก็ตามก็มักจะเป็นนางเอกของเรื่อง (ซึ่งส่วนมากพระเอกจะเปลี่ยนความคิดหลัง xxx กับนางเอกแล้วทุกทีเป็นเกือบทุกเรื่อง)

สรุป หนังเรื่องดูสนุกครับแต่อาจจะไม่เหมาะกับคนที่ไม่ชอบคิดตามหนังว่าทำไม อะไร ยังไง เพราะหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดูแล้วต้องคิดตามไปด้วย จึงอาจจะทำให้หนังดูเครียดและน่าเบื่อ เพราะในส่วนแอคชั่นของหนังมีออกมาแค่ไม่กี่ตอนและก็เป็นอะไรที่ไม่หวือหวามากมายนัก

คะแนน 7/10